News Update
News in Asia
Menu

BREXIT อลเวง..!! ส่อเค้าหายนะ “NO DEAL” March 27, 2019

เบร็กซิทอลเวง! เก้าอี้นายกฯ เทเรซา เมย์ ระส่ำ หลังรัฐสภายึดอำนาจบริหารเบรกซิท ส่อเค้าอังกฤษหายนะ ต้องออกจากอียูแบบไร้ข้อตกลง

เมื่อวานนี้สภาอังกฤษ ยึดอำนาจรัฐบาล คุมอนาคต “เบร็กซิท” เองแทนที่รัฐบาลของนายกรัฐมนตรี เทเรซา เมย์ โดยจะมีการพิจารณาทางเลือกอื่นๆ ซึ่งรวมถึงการจัดลงประชามติอีกรอบ ซึ่งเมย์ คัดค้านมาโดยตลอด ด้วยมติ 329 ต่อ 302 เสียง สนับสนุนการแก้ไขแผนการถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป หรือเบร็กซิท เพื่อเปิดทางให้สภาเข้ามากำหนดวาระพิจารณาขั้นตอนที่เกี่ยวข้องด้วยตัวเอง รวมทั้งหาทางเลือกอื่นนอกเหนือจากเงื่อนไขที่นายกฯ ตกลงไว้กับสหภาพยุโรป ซึ่งถูกวิจารณ์อย่างหนัก และถูกสภาปัดตกมาแล้วถึง 2 ครั้ง

มติดังกล่าวจะทำให้ ส.ส.อังกฤษ มีสิทธิลงมติเลือกเงื่อนไขการออกจากอียูได้เอง ในการประชุมวันพรุ่งนี้ โดยขณะนี้มี 7 ทางเลือกให้พิจารณา อาทิ การจัดลงประชามติรอบใหม่, การถอนตัวแบบไม่มีข้อตกลง (No-deal Brexit) การยึดตามแบบอย่างของนอร์เวย์ ซึ่งไม่ได้เป็นสมาชิกสหภาพยุโรป แต่ได้รับสิทธิ์ในการเข้าถึงตลาดร่วมยุโรป ในฐานะชาติสมาชิกข้อตกลงเศรษฐกิจยุโรป และชาติสมาชิกผู้ร่วมก่อตั้งสมาคมการค้าเสรียุโรป สำหรับการลงมติเมื่อวานนี้ มี ส.ส.พรรคอนุรักษ์นิยมของนายกฯ เมย์ ร่วมลงมติเห็นชอบร่วมด้วยถึง 30 คน ขณะที่นายกฯ เมย์ ระบุว่า ไม่สามารถรับประกันได้ว่ารัฐบาลของเธอจะปฏิบัติตามผลการลงมติของสภาได้ แต่ยืนยันว่าตัวเธอพร้อมจะมีส่วนร่วมในกระบวนการที่เกี่ยวข้องอย่างสร้างสรรค์

ด้านนายเจเรมี คอร์บิน หัวหน้าพรรคแรงงานในฐานะฝ่ายค้าน แสดงความยินดีที่สภามีมติดังกล่าว โดยคอร์บิน เห็นว่า ที่ผ่านมารัฐบาลล้มเหลวในเรื่องเบร็กซิทมาโดยตลอด จึงถึงเวลาแล้วที่สภาจะต้องหาทางออกในเรื่องนี้เอง เศรษฐกิจโลกถดถอย “ปัจจัยเสี่ยงใหม่” ซ้ำเติมเบรกซิท

โดยภายหลังการลงมติเข้าควบคุมกระบวนการ Brexit แล้วนั้น ยังได้เรียกร้องให้เทเรซา เมย์ หาหนทางเลือกใหม่ที่อาจจะรวมถึงหนทางการลงประชามติของชาวอังกฤษเป็นครั้งที่ 2 เพื่อให้อังกฤษอยู่ใน EU หรือการยกเลิกกระบวนการ Brexit ทางด้านคณะกรรมาธิการยุโรปได้ประกาศเสร็จสิ้นการเตรียมการสำหรับการที่อังกฤษจะถอนตัวออกจาก EU แบบไร้ข้อตกลง ในวันที่ 12 เมษายนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเตือนว่าสถานการณ์ดังกล่าวมีความเป็นไปได้มากขึ้นเรื่อยๆ

ทั้งนี้ที่ประชุมสุดยอดผู้นำ 27 ชาติของ EU เมื่อวันที่ 21 มีนาคมได้ลงมติเป็นเอกฉันท์ให้เลื่อนเวลาที่อังกฤษจะแยกตัวออกจาก EU ตามมาตรา 50 ไปจากวันที่ 29 มีนาคม เป็นวันที่ 22 พฤษภาคม แทนที่จะเป็นวันที่ 30 มิถุนายนตามข้อเรียกร้องของเทเรซา เมย์

อย่างไรก็ตามที่ประชุมผู้นำ EU ได้วางเงื่อนไขเพิ่มเติมไว้ว่า อังกฤษจะต้องมีการลงมติจะโหวตรับร่างข้อตกลง Brexit ครั้งที่ 3 ภายในสัปดาห์นี้ ซึ่งหากว่าปรากฎผลโหวตของรัฐสภาอังกฤษออกมายังคงไม่ร้บร่างข้อตกลง Brexit แล้วทาง EU ก็จะขยายเวลาการบังคับใช้มาตรา 50 ออกไปถึงวันที่ 12 เมษายนเท่านั้น ซึ่งแปลว่า อังกฤษจะถอนตัวออกจาก EU อย่างไร้ข้อตกลงใดๆ

สถานการณ์ของเทเรซา เมย์ ไม่เพียงถูกกดดันจากรัฐสภาอังกฤษ แต่ยังถูกกดดันจากกระแสของประชาชนชาวอังกฤษที่เริ่มออกมาเดินชบวนอีกครั้งเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยที่ประชาชนนับหลายแสนคนได้ร่วมเดินขบวนในย่านใจกลางกรุงลอนดอน เพื่อแสดงพลังต่อต้านการแยกตัวออกจาก EU การเดินขบวนที่เรียกว่า Put It To The People เริ่มขึ้นเมื่อเที่ยงวันของวันที่ 23 มีนาคมนั้น โดยมีจุดหมายปลายทางไปที่จัตุรัสด้านนอกอาคารรัฐสภาอังกฤษ เพื่อเรียกร้องให้มีการจัดลงประชามติ Brexit อีกครั้ง

มาถึงวันนี้ Brexit ไม่ใช่เป็นความเสี่ยงต่อการลงทุน เนื่องจากความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นล่าสุด ปัจจัยเสี่ยงจากการที่เศรษฐกิจโลกจะตกอยู่ในภาวะถดถอยมากขึ้น หลังจากที่สำนักงานสถิติของเนเธอร์แลนด์รายงานถาวะการค้าโลกเดือนมกราคม ชี้ว่าการค้าโลกชะลอตัวลงอย่างรุนแรง ถือเป็นการตอกย้ำแนวคิดที่ว่า เศรษฐกิจโลกอยู่ในภาวะที่เลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่เกิดวิกฤตการเงินเมื่อ 10 ปีที่แล้ว หลังจากที่พบว่าภาวะการค้าโลกลดลง 1.8% ในช่วง 3 เดือนจนถึงเดือนมกราคม 2019 เมื่อเทียบกับช่วง 3 เดือนก่อนหน้า ซึ่งเป็นการลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 209 และเมื่อเทียบเป็นรายปี การค้าโลกลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 9 ปี

Categories: News