News Update
News in Asia
Menu

รถกระบะรับจ้าง ทำไมเราถึงต้องตรวจสภาพรถยนต์ประจำปี June 17, 2019

รถกระบะรับจ้าง ทำไมเราถึงต้องตรวจสภาพรถยนต์ประจำปี สำหรับใครหลาย ๆ คนที่มีรถยนต์คันแรก แน่นอนว่าสิ่งที่เราจะต้องทำนั่นก็คือ พ.ร.บ. เพื่อให้เราขับรถได้ถูกต้องตามกฎหมาย นอกจาก พ.ร.บ. แล้วก็ยังมีประกันภัยรถยนต์ ที่เรารู้จักกัน ซึ่งเราสามารถเลือกได้ว่าจะทำหรือไม่ทำ แต่ก็มีอีกอย่างนึงที่คนที่มีรถยนต์จะต้องทำนั่นก็คือ การตรวจสภาพรถนยนต์ประจำปี ถ้าใครสงสัยว่าทำไมเราถึงต้องตรวจรถยนต์ประจำปี วันนี้เอาคำตอบมาให้เพื่อน ๆ กัน

การตรวจสภาพรถยนต์ประจำปี คืออะไรหรอ?

การตรวจสภาพรถยนต์ประจำปี ก็คือการที่เรานำรถยนต์ของเราไปตรวจสภาพตามชื่อเลย หรือบางคนก็อาจจะชินกับคำว่า ตรวจสภาพรถ ตรอ. มากกว่า ใครที่จะเสียภาษีรถยนต์จะต้องผ่านการตรวจสภาพ ตรอ. มาทุกคันนั่นเอง

แล้วทำไมเราจะต้องตรวจสภาพรถยนต์ประจำปี หรือตรวจสภาพ ตรอ. ด้วยล่ะ?

รถยนต์ทุกคันไม่ว่าจะใช้เพื่อการขนส่ง หรือจะทำมาต่อทะเบียนรถ จะต้องมีสภาพที่สมบูรณ์ เช่น สภาพรถจะต้องอยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ แข็งแรง รวมไปถึงในเรื่องของอุปกรณ์ที่ติดรถยนต์ หรือเครื่อยนต์จะต้องมีลักษณะที่ถูกต้องตามกฎ เนื่องจากจะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของตัวผู้ขับรถ ตัวผู้โดยสาร รวมไปถึงผู้ใช้รถใช้ถนนทั่ว ๆ ไป เพราะฉะนั้นเราจึงจะต้องนำรถของเราไปตรวจสภาพรถยนต์ประจำปีให้ถูกต้องตามกฎหมายนั่นเองจ้า

การเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง เช็คตามระยะทางการใช้งาน หรือตามเวลาที่ใช้งานรถยนต์

โดยปกติแล้ว เราจะเปลี่ยนน้ำมันเครื่องต่อเมื่อครบระยะตามคู่มือรถ หรือตามอายุการใช้งานของน้ำมันเครื่อง ซึ่งการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องควรเปลี่ยนเมื่อใช้รถยนต์ไปเวลา 6 เดือน หรือใช้งานไป 10,000 กิโลเมตรแล้วแต่อย่างไหนถึงก่อน

การปลี่ยนน้ำมันเครื่อง กรณีใช้งานรถบ่อยเมื่อใช้งานถึงระยะ 10,000 กิโลเมตร ถึงแม้จะยังไม่ถึงระยะเวลา 6 เดือน แต่รถยนต์มีการใช้งานบ่อยจนถึง 10,000 กิโลเมตรก่อนแล้ว ก็ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องนะครับ เนื่องจากน้ำมันเครื่องอาจมีสิ่งสกปรกและความหนืดที่สูงขึ้น ส่งผลทำให้เครื่องยนต์ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพและอาจทำให้สึกหรอได้

การเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง กรณีรถใช้งานน้อย แต่ครบกำหนด 6 เดือนแล้ว ถึงแม้รถใช้งานยังไม่ถึง 10,000 กิโลเมตร ก็ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องเช่นเดียวกัน เพราะสภาพแวดล้อม ความชื้น ทำให้น้ำมันเสื่อมสภาพตามระยะเวลาการใช้งานได้ครับ

วิธีการตรวจเช็คปริมาณน้ำมันเครื่องด้วยตนเอง

– หาที่จอดรถให้อยู่ในแนวเรียบเพื่อให้การตรวจเช็คน้ำมันเครื่องได้ผลถูกต้องกว่า
– ให้อุ่นเครื่องยนต์ถึงอุณหภูมิทำงานแล้วค่อยดับเครื่องยนต์
– หลังจากดับเครื่องยนต์สัก 2 -3 นาทีค่อยมาวัดปริมาณน้ำมันเครื่อง
– เปิดฝากระโปรงรถยนต์ดึงก้านน้ำมันเครื่องออก เช็ดน้ำมันเครื่องที่ติดกับก้านวัดออกก่อน
– เช็ดแล้วใช้ก้านวัดอันเดิมใส่กลับเข้าไป และดึงก้านวัดออกมา เพื่อเช็คระดับน้ำมันเครื่องที่ปลายก้านวัด
– น้ำมันเครื่องต้องอยู่ระหว่างขีด “F” และ “L”ถึงจะถือว่าอยู่ในระดับปกติ
– การเติมน้ำมันเครื่อง ควรเติมละน้อยและตรวจดูระดับน้ำมันจากก้านวัด อย่าเติมน้ำมันเครื่องมากเกินไป เพราะเครื่องยนต์อาจเสียหายได้

Categories: News